เครื่องดนตรีประเภทเครื่องตี (ระนาด)

เครื่องดนตรีประเภทเครื่องตี (ระนาด)

               ระนาด ถือเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีที่มีการค้นพบระนาดหินซึ่งอาจเป็นต้นแบบของระนาดไม้ในปัจจุบัน ระนาดหินเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกถึงเครื่องดนตรีประเภทตีที่มีต้นกำเนิดมานาน โดยระนาดหินดังกล่าวมีอายุเก่าแก่ประมาณ 3000 ปี มีลักษณะเป็นขวานหินยาว โดยพบครั้งแรกที่ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

                จากการค้นพบระนาดหินจึงทำให้มนุษญ์เกิดแรงจูงใจในการคิดค้นประดิษฐ์เครื่องดนตรี และพัฒนาจนกลายเป็นระนาดไม้ในปัจจุบัน โดยระนาดไม้มีพัฒนาการมาจาก กรับ หรือ โกร่ง ที่ปกติใช้เพียง 2 ชิ้นแต่ได้มีการนำเอากรับที่เป็นท่อนไม้สั้นๆนำมาวางเรียงกัน และใช้ไม้ตีลงไปทำให้เกิดทำนองเสียงสูง-ต่ำ แตกต่างกันไปตามขนาดของความสั้น-ยาว และความหนา-บางของวัตถุ การตั้งชื่อให้กับระนาดมีการสันนิษฐานออกเป็น 2 กระแส คือ กระแสแรก คำว่าระนาดอาจจะแผลงมากจากคำว่า ราด เช่นคำว่า เรียด แผลงเป็น ระเรียด ราบ แผลงเป็น ระนาบ อีกทั้งยังมีสำนวนที่พูดติดปากมาตั้งแต่โบราณว่า ปี่พาทย์ ราด ตะโพน ซึ่งคำว่าราด อาจหมายถึงระนาดเอก ซึ่งคำว่าราด มีความหมายว่า แผ่ออกไป กระจายออกไป โดยจะพ้องกับ การนำเอากรับหรือลูกระนาดมาวางเรียงและลดหลั่นกันหรือการนำท่อนไม้มาวางเรียงขวางทางเดินแล้วเรียกท่อนไม้นั้นว่า ลูกระนาด แต่อย่างไรก็ตามไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าการเรียกชื่อดังกล่าวจะถูกนำมาเรียกเป็นชื่อเครื่องดนตรีในภายหลังได้อย่างไร ส่วนกระแสที่สอง คำว่าระนาดน่าจะมาจากภาษาเขมร โดยตั้งข้อสันนิษฐานว่าระนาดอาจจะไม่ใช่คำในภาษาไทยยิ่งไปพบคำเขมรที่เขียนว่า “ราด” คนเขมรออกเสียงว่า “เรียะส์” แต่ไทยออกเสียงว่า “ราด” เป็นคำกริยาแปลว่า “คราด” เขามีวิธีทำคำกริยาให้เป็นคำนามด้วยการเติมกลางคำ (INFIX) คือแทรกตัว “น” เข้าไปเป็น “รนาส” คนเขมรอ่านว่า “โรเนียะส์” แต่คนไทยอ่านว่า “ระนาด” แปลว่า “ลูกคราด” เวลาเขียนคำเขมรที่สะกดด้วยตัว “ส” เมื่อเป็นภาษาไทยมักจะแปลง ตัว “ส” ให้เป็น “ด” เช่น “โปรส” เป็น “โปรด” เป็นต้น ดังนั้นคำว่า “ระนาส” จึงกลายเป็น “ระนาด” ไป

You may also like